เรื่องราวเก่าแก่ของเกมไพ่โป๊กเกอร์

มีหลายเรื่องราวเกี่ยวกับไพ่โป๊กเกอร์ และยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ริเริ่มเกมส์ไพ่โป๊กเกอร์ แต่เรื่องราวที่เป็นที่ยอมรับคือ โป๊กเกอร์เป็นส่วนนึงในเกมส์การพนันอื่น แล้วดัดแปลงมาเป็นเกมส์ไพ่โป๊กเกอร์ในปัจจุบันหลายคนเชื่อว่า โป๊กเกอร์ เริ่มต้นมาจากประเทศจีน ช่วง ค.ศ. 900 เหมือนๆกับเกมส์คาสิโนชนิดอื่นๆ คนจีนเริ่มต้นคิดค้นหลักการเล่นโป๊กเกอร์โดยเริ่มจากการเล่นโดมิโน่โดยการทำสัญลักษณ์ไว้ที่ไม้ชิ้นเล็กๆ ต่อมา จักรพรรดิ์ มู ซุง เริ่มต้นคิดค้นไพ่โดมิโน่เป็นคนแรกในปี ค.ศ. 969 และ จากหลักฐานทางประวิติศาสตร์แล้ว เชื่อว่านี่คือเกมส์ไพ่โป๊กเกอร์ครั้งแรกของโลกหรือเข้าใช้งานอย่างทดลองเล่นที่มีทั้งคาสิโนสด ไพ่โป๊กเกอร์และอีกหลายๆเกมมากมาย และในอีกมุมนึงของโลก ที่ประเทศเยอรมัน ก็มีเกมส์ที่เรียกว่า “Poshspiel” คล้ายกับการเล่นโป๊กเกอร์เหมือนกัน และมีอีกนึงทฤษฏี เชื่อว่าการเล่นโป๊กเกอร์มาจากประเทศอินเดีย เป็นเกมส์ไพ่ที่เรียกว่า “Ganjifa” ก็มีกฏกติกาคล้ายการเล่นโป๊กเกอร์เหมือนกัน

สุดท้ายแล้ว ความเชื่อที่มีหลักฐานใกล้เคียงกันปัจจุบันมากที่สุด คือ ไพ่โป๊กเกอร์ เริ่มต้นที่ประเทศฝรั่งเศส จากเกมส์ที่มีชื่อว่า “Pogue” เป็นเกมส์ไพ่ที่เริ่มต้นเล่นใน ศตวรรษที่ 15 และมีจำนวนไพ่เริ่มต้นเหมือนในปัจจุบัน คือ 52 ใบ และ มีดอกเหมือนกัน 4 ดอก และมันเป็นเกมส์ไพ่ที่ต้องใช้ความคิด มีการวางเดิมพัน และ มีการลักไก่ (Bluff) เหมือนเกมส์ ไพ่โป๊กเกอร์ในปัจจุบัน

ตัวอย่างไพ่โป๊กเกอร์คำอธิบาย
รอยัลฟลัช (Royal Flush) หรือ รอยัลสเตรทฟลัช 
ไพ่ที่ประกอบด้วย A , K , Q , J , 10 ที่มีดอกเดียวกัน ดอกได้ก็ได้ (ถ้าหากมีเหมือนกันให้ถือว่าโพดำใหญ่สุด)
สเตรทฟลัช (Straight Flush)
ไพ่ 5 ใบ ที่มีดอกเดียวกัน และเรียงลำดับกัน
โฟร์การ์ด (Four of a kind)
ไพ่ที่มีแต้มเหมือนกันทั้ง 4 ใบ
ฟูลเฮ้าส์ (Full House)
ไพ่ประกอบด้วยไพ่ตอง และคู่ หากได้ฟูลเฮ้าส์เหมือนกันคนที่มีตองใหญ่กว่าชนะ
ฟลัช (Flush) หรือสี 
ไพ่ที่มีดอกเดียวกันทั้ง 5 ใบ ถ้ามีฟลัชเหมือนกันให้ดูไพ่ที่มีค่าสูงที่สุด ใครถือไพ่สูงกว่าจะเป็นผู้ชนะ
สเตรท (Straight) หรือเรียง 
ไพ่ที่มีแต้มเรียงลำดับต่อกัน 5 ใบ ดอกใดก็ได้ไม่ต้องเหมือนกัน ( เรียงต่ำที่สุดคือ 5 4 3 2 A และเรียงสูงที่สุดคือ A K Q J 10 ) ถ้ามีไพ่เรียงเหมือนกัน ใครที่ถือไพ่สูงกว่าเป็นผู้ชนะ ( A เป็นได้ทั้งต่ำสุดและสูงสุด)
ตอง (Three of a kind)
ไพ่ที่มีแต้มเหมือนกัน 3 ใบ
2 คู่ (Two pair)
ไพ่มีคู่ 2 คู่ (ถ้าหากมีสองคู่เหมือนกัน ให้นับคู่มากที่สุดก่อน, ถ้าคู่ที่มากที่สุดเหมือนกันให้ดูคู่ถัดไป, ถ้ามีคู่เหมือนกันทั้งสองคู่ ให้ดูไพ่ใบที่เหลืออยู่ใครใหญ่กว่าเป็นผู้ชนะ)
1 คู่ (One pair)
ไพ่มี 1 คู่ (ถ้าหากมีคู่ตัวเดียวกัน ให้ดูไพ่ที่เหลือ ใครถือไพ่ใหญ่กว่าเป็นผู้ชนะ)
ไพ่สูง (High card)
ถ้าหากไพ่ไม่มีอะไรที่กล่าวมา ให้ดูไพ่ใบที่มีค่าสูงที่สุด ใครมีไพ่สูงที่สุดชนะ (ถ้าหากไพ่สูงที่สุดตัวแรกเท่ากันให้ดูตัวที่สอง เรียงตามลำดับความใหญ่มาเรื่อยๆ) เรียงจาก A K Q J 10 9 8 7 6 5 4 3 2

เรียกได้ว่ายุคนั้นทั้งบ้าน บ่อนคาสิโน ร้านค้าต่างๆ รวมไปถึงเรือค้าขายในระแวกแม่น้ำมิสซิสซิปปี้จะพบเห็นนักพนันเล่นเจ้าเกมไพ่โป๊กเกอร์กันอย่างเกลื่อนกราดเลยทีเดียว ซึ่งในตอนนั้นรูปแบบการเล่นยังคงเป็นการใช้ไพ่จำนวน 20 ใบ บางแห่งออกกฎไม่ให้มีการจั่วไพ่เพิ่มขึ้นมา ทดลองเล่นเพื่อวัดไพ่ที่ดีที่สุดบนมือนักพนันนั่นเองก่อนที่โปกเกอร์ไพ่จะมีรูปแบบการเล่นที่แตกแขนงออกไปยิบย่อย และรูปแบบการเล่นที่ได้รับความนิยมในยุคสมัยนั้นต้องยกให้การเล่นแบบสตัด (ก่อนที่ยุคหลังนักพนันจะนิยมเล่นเท็กซัสโฮลด์เอ็มและโอมาฮ่ามากกว่า) โดยมีการเล่นแบบสตัดยาวนานกว่า 200 ปีแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *